วันเสาร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2555

[Tran-Thai] I'm Baek - Baek AhYeon

Love, Love, Love.
백아연|I'm Baek

바람, 하늘, 바다같은 니 목소리
아직까지 깨지 못한 꿈인걸까
투명한 반지 너를 위해 쓴 편지 내겐 모든 게 새로워
혼자 걷는 밤도 차갑지가 않아 부드러운 것 같아
*Oh I fell in love love love with you you you
Oh I fell in love love love with you
Oh I fell in love love love with you you you
이제 알것같아 가슴 가득한 이 맘이 널 위한 사랑인걸
여름 가을 겨울 오는 소리같이 머물러줘 내 곁에 지금처럼
너도 조금씩 물들어가길 매일같이 바랬지
꼭 약속한듯이 우리 두 마음이 한 곳에서¬ 만나길
**
เสียงของเธอเหมือน สายลม ท้องฟ้า ทะเล
นี้คือฝันที่ฉันไม่ยอมตื่นรึเปล่านะ
แหวนที่ชัดเจน จดหมายที่เขียนเพื่อเธอ ทั้งหมดมันแปลกใหม่สำหรับฉัน
แม้เดินคนเดียวยามค่ำคืนก็ไม่ว้าเหว่กลับรู้สึกอบอุ่น
Oh I fell in love love love with you you you
Oh I fell in love love love with you
Oh I fell in love love love with you you you
ตอนนี้ฉันรู้แล้วล่ะสิ่งที่อัดแน่นอยู่ในหัวใจฉัน หัวใจนี้เต็มไปด้วยความรักให้เธอ
ไม่ว่าจะฤดูไหนก็ช่วยอยู่ข้างๆฉันเหมือนตอนนี้นะ
เธอก็เริ่มคิดเหมือนกันใช่มั้ย หวังจะอยู่ด้วยกันตลอดไป
ต้องสัญญานะ ว่าหัวใจของเราจะต้องเดินทางมาเจอกัน

* ไม่มีคำร้องเพราะว่านั่งแปลในไอโฟนอ่ะค่ะ ไว้จะมาเพิ่มให้นะค่ะ

วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

แนะนำ TOP 10 และผู้เข้าแข่งขันที่น่าจับตามอง


กระทู้นี้ขอบคุณน้องดิ๋ง ที่ชี้แนวทางว่าควรจะเล่าอะไรต่อ หลังจากแนะนำรายการไปแล้ว

สำหรับผู้เข้าแข่งขันในรายการนี้มีหลายคนจริงๆที่ร้องเพลงอยู่ในขั้นดีมากกกกก เพราะสุดๆ และคนที่ได้ TOP 10 ก็ไม่ต่างจากที่คาดเท่าไหร่ (สำหรับที่อ้อมคิด มีคิมนายูนคนเดียวที่ไม่นึกว่าจะได้แล้วดันได้)

ขอเริ่มจาก อันดับ 10 โอต๊กกี อีจองมี สาวน้อยวัย 17 (ตอนเริ่มเข้าแข่งขัน ปัจจุบัน 18ปี นับตามเกาหลี)



อีจองมีสาวน้อย จากเมืองคยองกิ แม่ของเธอกล่าวว่าชื่นชอบการร้องเพลงเป็นอย่างมาก จะฝึกซ้อมร้องเพลงอย่างหนักก่อนออกไปเรียน และกลับมาซ้อมอีกครั้งหลังเลิกเรียน
ไม่มีเทปการออดิชั่นรอบแรกของอีจองมินในเทปออกอากาศ เราจะเริ่มเห็นเธอเด่นได้ในตอนออดิชั่นจัดอันดับ ซึ่งในครั้งนั้นเธออยู่ทีมเดียวกับตัวเต็งอย่าง พักจีมิน และอีมิเชล
ในรอบนี้จองมีเลือกเข้าห้องของ JYP เพื่อรับคำติชม พักจินยองบอกกับเธอว่าการร้องเพลงของเธอไม่สามารถสร้างความประทับใจให้คนฟัง ไม่มีเทคนิคเท่าไหร่ และเธอชอบใช้เสียงตะโกน ซึ่งทำให้คนฟังแสบแก้วหู จินยองถามเธอว่าในใจมีอะไรอยู่ คือเหมือนจะเข้าใจว่าที่ไม่สามารถสื่อความรู้สึกเพลงออกมาได้ดีเพราะมีเรื่องคิดค้างในใจ จองมีกล่าวว่าตอนมัธยมต้นเธอมีเพื่อนไม่มากนัก เธอมีปัญหากับเพื่อน เพื่อนเอาเรื่องของเธอไปว่าลับหลัง (ไม่ได้ระบุว่าเกี่ยวกับเรื่องอะไร แต่เหมือนจะเป็นเรื่องการร้องเพลง) พักจินยองได้ให้คำแนะนำเธอ และบอกให้เธอร้องเพลงซึ่งมีเนื้อหาให้กำลังใจ ซึ่งเขาหวังว่าจะทำให้เธอสามารถมอบความประทับใจให้คนฟังได้ เพราะเป็นประสบการณ์ตรง แต่เมื่อถึงตอนแสดงเธอทำได้ไม่ดีมากนัก พักจินยองถึงขั้นถามว่า เคยฟังเสียงตัวเองร้องเพลงแล้วรู้สึกขนลุกบ้างมั้ย โบอาว่าฟังแล้วเหมือนจะเข้าถึงสิ่งที่ต้องการสื่อ แต่ก็หายไป ไปๆมาๆ ในรอบนี้ดูเหมือนว่าเธอจะทำได้ไม่ดีนัก แต่เธอก็ถูกจัดอยู่ในอันดับที่สามของกลุ่ม และถึงจะอยู่ในอันดับสามก็ตามแต่เธอก็กลายเป็นผู้ตกรอบในตอนนั้น
ตอนแรกคิดว่าจะไม่ได้เห็นจองมีในรายการนี้แล้ว แต่หลังออดิชั่นครบทุกกลุ่ม พีดี(โปรดิวเซอร์ของรายการ) ให้กรรมการแต่ละคนสามารถเลือกสองคนที่อยากให้กลับเข้ามาได้ ในตอนนี้เองพักจินยองเลือกอีจองมีโดยให้เหตุผลว่าอยากให้โอกาสเธออีกครั้ง

รอบต่อมาการออดิชั่นกลุ่ม จองมีได้อยู่กับ พักจีมิน อีมิเชล และ อีซองจู เรียกได้ว่ารวมสาวพลังเสียงแข็งแรงมาอยู่ด้วยกัน โดยเพลงที่สร้างชื่อเสียงให้พวกเธอดังเป็นพลุแตกคือ เพลง The Boy ของ เกิร์ลเจเนอเรชั่น (สาวๆเกิร์ลเจนพูดกับปากเองเลยว่า ซูเพิร์ลร้องดีกว่าต้นฉบับของพวกเธออีก) หลังร้องเพลงนี้ พวกเธอได้ทำการแสดงร่วมกันอีกครั้ง ในเพลง Fame ซึ่งยังคงสร้างความประทับใจไม่รู้ลืมให้กับเหล่ากรรมการ โบอาถึงกับบอกว่าอยากจะอัดเสียงตอนคำว่า เฟม ไว้ฟัง ส่วนพักจินยองบอกว่า จะส่งพวกเธอไปแข่งขันโอลิมปิก เป็นมุกว่า พวกเธอเก่งถึงขั้นไปแข่งขันระดับโลกได้ แม้ทีมซูเพิร์ลจะเป็นทีมที่แข็งแกร่งและได้รับการชื่นชมอย่างมาก แต่ทั้งสี่ก็ต้องแตกวงกัน โบอาพยายามรักษาทีมนี้ไว้เพราะเธอรักทั้งสี่คนมาก แต่ในรอบนี้พักจินยองได้สิทธิ์เลือกเป็นคนแรกเขาตัดสินใจที่จะแยกพวกเธอ เขาบอกว่าถึงซูเพิร์ลจะเป็นวงที่เก่งมากก็จริง แต่ถ้าไม่แยกพวกเธอออกจากกันแต่ละคนจะไม่สามารถพัฒนาจุดด้อยของตัวเองได้ เพราะเมื่อทั้งสี่อยู่ด้วยกันพวกเธอจะเติมเต็มส่วนขาดของกันและกัน ตอนแรกจองมีไม่ถูกใครเลือกเลย จีมิน ซองจู และมิเชลถึงกับเงียบ ตอนนั้นเองยางยองซอกตัดสินใจยื่นเงือนไขขอให้พักจินยองออดิชั่นซองจูกับจองมีเป็นคู่ ทำให้จองมีรอดชีวิตอีกครั้ง ยองซอกไม่รับจองมีออดิชั่นเพราะว่าแนวเพลงของเธอไม่ตรงกับ วายจี แต่เขาก็เสียดายถ้าเธอจะตกรอบ

รอบต่อมาจองมีออดิชั่นเป็นกลุ่มอีกครั้ง โดยครั้งนี้มี ซองจู จองมี มีจิน (ซนมีจิน) และ ซอจิน (พักซอจิน) ครั้งนี้ร้องเพลง No One จองมีตกรอบอีกครั้ง แฟนคลับซูเพิร์ลเศร้ากันล่วงหน้า แต่จองมีก็ได้กลับมาอีกครั้ง เพราะการแข่งขันในรอบนี้กรรมการแต่ละคนมีการ์ดหกใบมอบให้คนที่ตัวเองอยากแคสติ้ง หลังแคสติ้งทุกคนเรียบร้อย พักจินยองใช้การ์ดหมด ยางยองซอก เหลือสองใบ และโบอาเหลือหนึ่งใบ พีดีเรียกผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดมาให้ทั้งสองเลือกคนที่อยากแคสติ้งอีกครั้ง แต่โบอาตัดสินใจไม่ให้บัตรกับใคร ในช่วงที่กำลังกล่าวร่ำลากันนั้นเอง จองมียกมือขอโอกาสจากโบอา โดยการร้องเพลง Why ของจางรีอินเพื่อให้โบอาตัดสินใจอีกครั้ง ด้วยความกล้าของเธอ โบอาจึงยอมมอบการ์ดใบสุดท้ายให้กับจองมี

ในรายการมักเรียกจองมีว่าเด็กสาวที่ร้องเพลงด้วยจิตใจ แต่พักจินยองว่าไม่เคยฟังเพลงที่จองมีร้องแล้วรู้สึกขนลุกเลยสักครั้ง(หมายถึงว่าไม่รู้สึกว่ามันเพราะ) จนถึงรอบก่อนเข้า TOP 10 ตอนที่จองมีร้องเพลง 나 돌아가 ไม่ทราบชื่ออังกฤษ ในรอบนี้เองที่พักจินยองได้มอบฉายา โอต๊กกีให้กับจองมี โอต๊กกี หมายถึงล้มกี่ครั้งก็ยังสามารถลุกขึ้นมาได้ใหม่ จินยองบอกว่าจองมีตกรอบไปแล้วถึงสามครั้ง แต่ก็ได้รับโอกาสให้กลับมา หวังว่าเธอจะร้องเพลงนี้ได้สมกับที่ได้รับโอกาส (เพลงนี้เป็นเพลงของอิมจองฮี ซึ่งพักจินยองแต่งทั้งทำนองและคำร้อง) หลังร้องเพลงนี้จบ จองมีได้รับคำชมเป็นอย่างมากจากปากพักจินยองเอง พักจินยองว่าเธอทำให้เขาขนลุกได้ถึงสามครั้ง และที่ทำให้ตกใจที่สุดคือการ ขึ้นเสียงสูงในขณะที่ร้องโน้ต ฟา ชาร์ป ซึ่งเป็นความสามารถพิเศษของไอยู หลังจากคอมเม้นท์เสร็จจินยองชมกับโบอาว่าจองมีทำได้ดีมากเทียบกับแต่ก่อน โบอาตอบว่าจองมีไม่พูดอะไรเลย ตั้งใจซ้อมร้องเพลงอย่างเดียว และเธอก็ทำได้ดีมาก

เวทีแรกหลังเป็น TOP 10 จองมีเลือกร้องเพลง 달팽이 เพลงหอยทาก ซึ่งมีความหมายเหมือนกับตัวเธอที่ฝ่าฟันจนมาถึงรอบนี้ได้ น่าเสียดายในวันนั้นเธอเจ็บคอทำให้ควบคุมเสียได้ไม่ค่อยดี คะแนนจากกรรมการได้น้อยมาก ทำให้เธอเป็นผู้ตกรอบคนแรก ของ TOP 10

ทุกวันนี้จองมียังคงไปโรงเรียนสอนร้องเพลง และซ้อมร้อง ซ้อมเต้นกับเพื่อนๆ ไม่มีข่าวคราวว่าค่ายไหนจะชวนเธอเซนสัญญา หวังว่าเราจะได้เห็นเธอเดบิวต์เป็นนักร้องในเร็วๆนี้

เพิ่มเติมตอนนี้มีข่าวออกมาว่าเธอได้เซนสัญญากับ YG เพื่อเตรียมตัวออกอัลบั้มในฐานะสมาชิกของวงซูเพิร์ล ที่ประกอบไปด้วย อีฮาอี อีมิเชล เธอ และ อีซองจู


คนต่อไป คิมนายูน ขอเวลาไปเขียนเรื่องราวของเธอก่อนนะค่ะ แต่ละคนนี้ยาวมาก ลงทีเดียวอาจอ่านกันจนตายได้

ปล.ใครชอบน้องๆ เม้นท์บอกกันด้วยเน้อ คนเขียนจะได้มีกำลังใจ และรู้ว่าควรเล่าเรื่องอะไรบ้าง

มารู้จักกับ SBS Survival Audition KpopStar



ขอแนะนำตัวก่อนเนอะ เจ้าของบล๊อกชื่ออ้อมนะค่ะ ชอบดูรายการนี้มาก เห็นมีหลายคนเข้าไปเม้นท์ในยูปทูปว่าชอบน้องจีมิน ชอบน้องฮาอี ส่วนตัวพอฟังเกาหลีออก มีหลายเรื่องเกี่ยวกับรายการนี้อยากจะแบ่งปัน ไม่รู้จะทำยังไง เลยตัดสินใจเปิดบล๊อกตามคำเชียร์ของน้องคนหนึ่งในทวิตเตอร์
ตัดสินใจอยู่นานมากกับการลงมือทำบล็อกนี้สำหรับคนที่รักเหล่า KpopStar ก่อนอื่นเลยขอพูดถึงรายการนี้คร่าวๆเนอะ

รายการ Survival Audition KpopStar ออกอากาศทางช่องโทรทัศน์ SBS ของประเทศเกาหลีใต้ รายการจะฉายเวลาประมาณ 5-6โมงเย็นวันอาทิตย์ เป็นหนึ่งในรายการช่วง Good Sunday ฉายต่อจากรายการ Running Man รายการนี้ใช้สโลแกนแรกๆว่า หาดาวดวงใหม่เพื่อมาเป็นเคป๊อบสตาร์ โดยรายการจะค้นหาคนที่มีใจรักการร้องเพลง เต้นจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งในซีซันแรก มีการคัดตัวจาก ประเทศเกาหลี อเมริกา ฝรั่งเศส ในรายการไม่ได้บอกเพิ่มเติมว่าไปออดิชั้นที่ประเทศอื่นด้วยรึเปล่า แต่มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันหลากหลายสัญชาติที่แห่กันมาสมัคร

รายการนี้มีกรรมการสามคน จากสามค่ายชั้นนำของประเทศเกาหลี อันได้แก่ พักจินยอง โปรดิวเซอร์มือฉมัง จากค่าย JYP ยางยองซอก เจ้าของค่าย YG และเจ้าของฉายาสาวน้อยมหัศจรรย์ของเกาหลี โบอา จากค่าย SM ตลอดหลายการทำสามกรรมการจะคอยขัดเกลาขัดเลือกคนหน้าใหม่ขึ้นมาเป็นนักร้องประดับวงการ

ส่วนของการออดิชั่นนั้น เริ่มที่ออดิชั่นกับเหล่าทีมงานเป็นบูท ถ้าใครเคยดูรายการ SuperStarK จะคล้ายๆกัน พอผ่านรอบนั้นมาได้ ก็จะเข้ามาเจอกรรมการ นับตามคะแนนเสียข้างมาก ถ้าในสองให้ผ่านก็ถือว่าผ่าน โดยผู้เข้ารอบจะได้สติ๊กเกอร์รูปคนที่ให้ตนเองผ่านติดไว้กับตัว จริงๆแล้วตอนแรกแอบคิดก็เหมือนกันนะให้เข้ามาออดิชั่นเป็นรอบๆอย่างนี้ แต่เริ่มไม่เหมือน หลังจากที่ออดชั่นกับกรรมการและได้รับสติ๊กเกอร์แล้ว ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดมีสิทธิ์เลือกว่าอยากไปรับคำแนะนำจากใคร เพื่อที่จะพัฒนาการร้องในรอบถัดไป

รอบถัดมาที่ว่าคือการออดิชั่นแบบ แร้งค์กิ้ง คือการจัดอันดับนั้นเอง แบ่งผู้เข้าแข่งขันตามแนวเพลงที่ร้อง แบบเป็นกลุ่มๆ กลุ่มละเจ็ดถึงสิบ ให้แต่ละคนร้องเพลงให้คณะกรรมการฟัง ใครทำได้ดีที่สุดได้ที่หนึ่ง เรียงลำดับไปจนถึงที่โหล่ และจะมีการคัดคนออก ซึ่งไม่กำหนดว่าตั้งแต่ที่เท่าไหร่จะตกรอบ อันนี้สุดแท้แล้วแต่กรรมการ

พอจัดอันดับเรียบรอย รอบต่อมามีการให้จับกลุ่ม จากนี้ไม่ใช่การออดิชั่นเดียวอีกต่อไป เป็นการออดิชั่นกลุ่ม จับไม่ได้ว่ากรรมการคนไหนพูด แต่ท่านกล่าวว่าการออดิชั่นกลุ่มเพื่อดูความเป็นไปได้เทียบกันเมื่อแสดงร่วมกันคนอื่น ในการแข่งขันรอบนี้เองที่ทำให้เรารู้จัก สาวๆวง ซูเพิร์ลที่สร้างความประทับใจให้แก่คนดูมากมาย

จากนั้นเกิดการออดิชั่นที่เรียกว่าแคสติ้ง คือ หลังทำการแสดง กรรมการแต่ละคนจะเลือกคนที่ตัวเองถูกใจเพื่อพาไปเทรนที่บริษัทของตน โดยมีการออดิชั่นแคสติ้งถึงสองครั้ง ซึ่งในครั้งที่สองเป็นการคัดสิบสี่คนสุดท้าย เพื่อเข้าไปออดชั่นหา TOP 10

เมื่อได้  TOP  10 แล้วก็เกิดการถ่ายทอดสด (เทปก่อนหน้านั้นทั้งหมดเป็นการอัดเอาไว้แล้วตัดให้ดูทีละอาทิตย์) คัดออกทีละคน จนได้ผู้ชนะ

สำหรับผู้ชนะ สามารถเลือกได้ว่าอยากจะอยู่ค่ายไหน ในสามค่ายของคณะกรรมการ นอกจากนี้ยังได้รถ ฮุนไดหนึ่งคัน กับ เงินอีกสามล้านวอน

วันนี้อ้อมขอเล่าเท่านี้ก่อน พอดีจะออกไปข้างนอกอ่ะคะ ฮ่าา แล้วจะมีเล่าที่เหลือต่อวันหลัง ใครมีอะไรสงสัย หรืออ้อมตกหล่นอะไรไป บอกได้นะค่ะ